รักเพื่อน  เคารพพี่  ดูแลน้อง  บูชาครู

 

  รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ประดิษฐ์  ปัญจวีณิน            

ชีวิตในปทุมคงคา

 

            ครั้งแรกที่ผมได้เข้าอยู่รร.ปทุมคงคา เมื่อปีพ.ศ.2515  นั้น ผมเป็นเด็กอยู่อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ตอนนั้นเรียนรร.แสงอรุณ (ฝั่งธนบุรี) ซึ่งพอจบม.ศ.3 ก็ไปสอบเข้ารร.เตรียมอุดม (แต่เข้าไม่ได้ โดยเพื่อนผมที่ได้รองจากผมอีกหลายคนเข้าได้หมด)  ช่วงนั้นคุณพ่อผมพาผมมาฝากให้อยู่กับญาติของท่านซึ่งมีบ้านอยู่ที่เอกมัย ทำให้ผมมีโอกาสได้มาสอบเข้าที่รร.ปทุมคงคา ซึ่งก็นับเป็นโชคดีที่ผมสอบเข้าได้  จากนั้นชีวิตในปทุมคงคาของผมก็เริ่มขึ้น จำได้ว่าครั้งแรกที่ไปโรงเรียน รู้สึกว่า โอ้โห! โรงเรียนมีที่กว้างจัง  โล่งมาก เหมือนกับอยู่ต่างจังหวัด มีปฐมนิเทศที่โรงอาหารโดยอ.มนตรี ชุติเนตร ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ในขณะนั้น  ผมได้อยู่ชั้น ม.ศ.4/2  มีอ.วนิดา เป็นครูประจำชั้น (ซึ่งต่อมาพวกเราหลายคนก็ได้ความรักความเมตตาจากคุณครูมาตลอด จนแม้กระทั่งจบจากปทุมคงคาไปแล้วก็ตาม)

            ในสมัยนั้น รร.ปทุมคงคาจัดเป็น “มหาอำนาจลูกหนัง” ของโรงเรียนมัธยม ทีมฟุตบอลของเรามักจะได้ “แชมป์” หรือไม่ก็ “รองแชมป์” เป็นประจำ ถ้าเอ่ยชื่อ รร.ปทุมคงคาในสมัยนั้น แทบทุกโรงเรียนจะรู้จักว่า เป็นโรงเรียนที่ผลิตนักฟุตบอลระดับเยาวชนจริงๆ แต่นอกจากชื่อเสียงที่ดีแล้ว โรงเรียนของเราก็ยังมีชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งที่พวกชาว “น้ำเงินฟ้า” ภูมิใจมากเช่นกันคือพวกเรามักจะสร้างวีรกรรมในสมัยนั้นโดย “มีการตะลุมบอน” กับโรงเรียนอื่นบ่อยๆ เวลาไปเชียร์กีฬา โดยเฉพาะปทุมคงคาของเราเป็นโรงเรียนมัธยมโรงเรียนเดียวในสมัยนั้นที่ “ข้ามรุ่น” ไปมีเรื่องกับรุ่นพี่ๆ ที่โรงเรียนอาชีวะอื่นๆ (ถ้ามองย้อนหลังไป น่าจะเป็นเพราะว่าพวกเราเป็นนักเรียนชายล้วน มีกีฬาในสายเลือด และยังอยู่ในวัยรุ่น จึงทำให้มีความรู้สึกคึกคะนอง และอยากลอง แต่ไม่อยากแพ้ ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่านะครับ)  บางครั้งเวลาเราไปเชียร์ทีมฟุตบอลของเราที่สนามศุภชลาสัย หลังเกมฟุตบอลจบก็ต้องระวัง ตัวใครตัวมันครับ มีทั้งระเบิดปิงปอง ระเบิดขวด เป็นระยะๆ แต่เป็นชีวิตที่มีรสชาติมากครับ (แต่ก็อย่ามีบ่อย น่าจะดี)

            ในระหว่างเรียน ก็คงเหมือนเด็กนักเรียนทั่วๆ ไป ที่มีความสุขและสนุกสนานมาก ผมจำได้ว่าชั้นเรียนของผมมีเพื่อนสนิทหลายคน เช่น พินิจ, ขจรศักดิ์, วิรัช, ประสพ, วัฒนา ฯลฯ ซึ่งเราไปเยี่ยมบ้านเพื่อนกันเสมอในต่างจังหวัดและในกรุงเทพระหว่างที่เรียนอยู่ปทุมคงคา    นอกจากนี้พวกเรายังได้รับความเอ็นดูและความกรุณาจากอ.วนิดา ประเสริฐชัย ตลอดเวลา บ่อยครั้งที่เราไปเยี่ยมอาจารย์ที่บ้าน และก็ทำต่อมาอีกเป็นระยะ แม้ว่าเราจะจบจากรร.ปทุมคงคาไปแล้ว

            มีสิ่งที่ประทับใจผมมากในขณะเรียนอยู่ที่ปทุมคงคา คือในช่วงปลายปี ม.ศ. 4 คุณพ่อผมท่านเสียชีวิตกระทันหันจากอาการเป็นลมในห้องน้ำ คุณแม่ได้จัดงานศพท่านที่วัดไพชยนต์ฯ ซึ่งอยู่ที่อ.พระประแดง ซึ่งสมัยนั้นไกลมากเมื่อไปจากกรุงเทพฯ จำได้ว่าอ.วนิดาขับรถโฟล์คเต่าพร้อมกับเพื่อนผมพินิจและประสพไปงานศพด้วย นับเป็นความกรุณาของอาจารย์เป็นอย่างสูงที่ให้กับผมและครอบครัว นอกจากนี้แล้ว ในช่วงที่มีการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในสมัยนั้นนักเรียนมักจะไม่สนใจวิชาที่ไม่ได้ใช้สอบเข้าในคณะที่ตนเองต้องการ (สมัยนั้นใช้คำว่าทิ้งวิชานั้นไปเลย) โดยเฉพาะภาษาไทย ซึ่งสายวิทย์ฯ ที่พวกผมเรียนอยู่ไม่ได้ใช้เลย ส่วนผมจำได้ว่าผมชอบภาษาไทยมากโดยเฉพาะกาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้ากุ้ง ในตอนอยู่ม.ศ.4  ผมทำวิชาวรรณคดีไทยได้ 56 จาก 60 คะแนน (โดยเฉพาะในส่วนวิจารณ์วรรณคดี) ทำให้อ.วนิดา ซึ่งท่านสอนวรรณคดีไทยขอดูตัวผม และทำให้พวกผมเริ่มมี

ความสนิทกับอาจารย์ตั้งแต่นั้นมา    ทางโรงเรียนขอให้พวกเราอย่าทิ้งภาษาไทย และหมวดอื่นๆ ด้วย เพราะว่าการสอบม.ศ.5 ในสมัยนั้นเป็นการสอบข้อสอบเดียวทั่วประเทศ ถ้านักเรียนคนไหนสอบได้เกิน 80% เราเรียกว่าติดบอร์ด ถ้ามีนักเรียนติดบอร์ดมากๆ ก็จะทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียง ตอนนั้นทางโรงเรียนโดยบรรณรักษ์ห้องสมุดและน่าจะเป็นอ.วนิดาได้จัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดจำนวนมากในช่วงนั้น ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอม เพื่อรอสอบเข้ามหาวิทยาลัย (ประมาณ 3 เดือน) ทำให้หนังสือไม่ค่อยมีใครยืม ทางโรงเรียนได้อนุญาตให้นักเรียนม.ศ.5 ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยยืมหนังสือไปอ่านที่บ้านและแบ่งดูกับเพื่อน ผมกับพินิจจะสอบเข้าสายวิทย์ ก็ใช้หนังสือชุดเดียวกันแบ่งกันดู ซึ่งค่าหนังสือในสมัยนั้นถือว่าแพงมากสำหรับพวกเรา จึงเป็นประโยชน์อย่างมากในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งผมก็สามารถสอบติดบอร์ดของประเทศได้ด้วยคะแนน 83.20% ผมเข้าคณะวิทยาศาสตร์มหิดล ซึ่งตอนนั้นเป็นคณะเรียนรวมทั้งวิทยาศาสตร์, ทันตแพทย์ เภสัชและแพทย์ ก่อนที่จะแยกเป็นคณะย่อยๆ ในปีที่ 2 ต่อไป ส่วนพินิจสอบเข้าคณะวิทยาศาสตร์ที่จุฬาฯ ได้, วิรัชสอบเข้าได้ที่เกษตร, ขจรศักดิ์ไปเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เป็นต้น

            ในช่วงเวลา 2 ปีที่ได้มีโอกาสเรียนอยู่ในรั้วน้ำเงินฟ้าผมจำได้ว่ามีความสุขมาก ทั้งจากเพื่อนๆ ที่สนิทกันมากมายหลายคน และยังคงติดต่อกันอยู่ในปัจจุบัน ได้รับความรักความเอาใจใส่และได้รับความรู้จากอาจารย์หลายๆ ท่าน ได้แก่ อ.วนิดาสอนภาษาไทยชั้นม.ศ.4,  อ.ไพรัชสอนวิชาฟิสิกส์, อ.กมลสอนเลขและพีชคณิต, อ.พนิดาสอนชีววิทยา, อ.ประสพสุขสอนวิชาภาษาไทย ม.ศ.5, อ.สมทรง สอนภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีอาจารย์อีกหลายท่านที่สอนในหมวดต่างๆ รวมทั้งกีฬาและฝ่ายบริหารที่ไม่สามารถเอ่ยนามได้ทั้งหมด

            เวลาผ่านมานานถึง 37 ปี รวดเร็วมาก  ด้วยภาระหน้าที่การงาน ทำให้แต่ละคนต้องดำเนินชีวิตไปตามทางของตนเอง ส่วนผมตอนนี้ก็ได้มีโอกาสดูแลเพื่อนๆ ที่ปทุมคงคาหลายคนที่เจ็บป่วย (เพราะพวกเราก็เริ่มถึงวัยของความเสื่อมกันบ้างแล้ว) ได้มีโอกาสดูแลญาติของเพื่อน ได้มีโอกาสรับใช้ดูแลญาติของอาจารย์ที่เคยสอนผมมา ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ได้ตอบแทนพระคุณครูอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทวิชาให้ ซึ่งในอนาคตผมก็อาจต้องให้น้องๆ ชาวปทุมคงคาดูแลผมในบางโอกาสเช่นกัน เป็นความผูกพันต่อยอดที่สืบเนื่องกันต่อๆ ไป

            ท้ายที่สุดต้องกราบขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านที่ได้ให้ความรู้และความรักแก่ผม, ขอบคุณรร.ปทุมคงคาสถานที่ที่ให้ความรู้, ความสนุก, ความสุขในช่วงหนึ่งของชีวิต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมมีวันนี้ได้เหมือนกับรุ่นผมทุกคน และชาวปทุมคงคาทุกคนที่มีวันนี้ได้เพราะโรงเรียนและคุณครูของเรา

 

ประวัติส่วนตัว

            รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ประดิษฐ์  ปัญจวีณิน   เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2499   ปัจจุบันอายุ 53 ปี สมรสกับนางวริยา ปัญจวีณิน มีบุตร-ธิดา 2 คน คือนางสาวปัทมน และนายปริย ปัญจวีณิน

            หลังจากจบการศึกษาระดับแพทยศาสตร์บัณฑิต (รุ่น 85) จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว ได้ไปเป็นแพทย์ใช้ทุนที่โรงพยาบาลโนนสมบูรณ์ (ขอนแก่น) และสถาบันราชประชาสมาสัย (พระประแดง)  ต่อมาเข้าฝึกอบรมในระดับแพทย์ประจำบ้านอายุรศาสตร์ และแพทย์ประจำบ้านต่อยอดสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจตามลำดับที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จนสำเร็จการฝึกอบรมในปีพ.ศ. 2534  จึงได้เข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ สังกัดสาขาวิชาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  

จากนั้นได้ไปฝึกอบรมเพิ่มเติมในสาขาเฉพาะทางการทำหัตถการปฏิบัติสายสวนโรคหัวใจและหลอดเลือด ณ Green Lane Hospital ประเทศนิวซีแลนด์  เมื่อกลับมาจากการฝึกอบรมต่างประเทศแล้ว ได้ทำหน้าที่ทั้งในด้านการเรียนการสอน งานบริการ และงานวิจัยที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ประวัติรับราชการ

พ.ศ. 2533 – 2534           ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำสาขาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์
                                    คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. 2534 – 2541           ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์

พ.ศ. 2541 – ปัจจุบัน       ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์

ตำแหน่งบริหาร

พ.ศ. 2537 – 2539           เลขานุการคณะกรรมการการศึกษาหลังปริญญา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พ.ศ. 2542 – 2543           ประธานกลุ่มผู้ประสานงานคุณภาพ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พ.ศ. 2543 – 2544           กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการบริหาร สำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พ.ศ. 2543 – 2547           รองหัวหน้าสาขาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พ.ศ. 2544 – 2550           รองหัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจฯ ฝ่ายงานบริการและงานวิจัย

พ.ศ. 2547 – ปัจจุบัน       หัวหน้าสาขาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พ.ศ. 2547 – ปัจจุบัน       ประธานกองทุนพัฒนาระบบงานหัวใจและหลอดเลือด (The Heart by Siriraj)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

พ.ศ. 2550 – ปัจจุบัน       หัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ คณะแพทยศาสตร์
ศิริราชพยาบาล

เกียรติประวัติและรางวัลที่ได้รับ

พ.ศ. 2550                      เครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก

พ.ศ. 2550                      เครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

พ.ศ. 2544                      บุคลากรดีเด่นของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2544

พ.ศ. 2550                      บุคลากรดีเด่นของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2550

 

ħħħħħħħħħħħħħ

 

 

 

 

คุณเข้ามาชมเป็นคนที่ Website counter